ตัวประกอบการใช้ไฟฟ้า (Load Factor) - Powermeterline | พาวเวอร์มิเตอร์ไลน์ - อุปกรณ์วัดกระแสไฟฟ้า
การควบคุมความต้องการกําลังไฟฟ้าสูงสุด
เมษายน 30, 2019
กฟน. เตือนระวังมิจฉาชีพบุกถึงบ้าน แอบอ้างขอเก็บค่าไฟฟ้า หากไม่จ่ายขู่ตัดไฟ
กฟน. เตือนระวังมิจฉาชีพบุกถึงบ้าน แอบอ้างขอเก็บค่าไฟฟ้า หากไม่จ่ายขู่ตัดไฟ
พฤษภาคม 2, 2019

ตัวประกอบการใช้ไฟฟ้า (Load Factor)


      ในการพิจารณาเพื่อค่าความต้องการกําลังไฟฟ้าสูงสุดจําเป็นต้องทําความเข้าใจกับคําว่าตัวประกอบโหลด (Load factor) เสียก่อน ตัวประกอบโหลดเป็นค่าที่ได้จากการวัดความสม่ําเสมอของการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยมี สมการการคํานวณดังนี้


หรือ ตัวประกอบโหลด


       พิจารณาสมการตัวประกอบโหลด จะเห็นว่าตัวแปรที่ทําให้เปอร์เซ็นต์ตัวประกอบโหลดสูงหรือต่ําจะมีอยู่ 2 ตัวคือ จํานวนหน่วยพลังงานที่ใช้ (กิโลวัตต์ชั่วโมง) และจํานวนกิโลวัตต์สูงสุดหรือความต้องการกําลังไฟฟ้า สูงสุด

      วิธีการที่จะเพิ่มค่าตัวประกอบโหลดให้สูงขึ้นสามารถกระทําได้ 2 วิธีคือ
      (1) ลดจํานวนค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ลง
      (2) ปรับปรุงการใช้พลังงานไฟฟ้าให้มีความสม่ําเสมอในการใช้งาน เพื่อลดการใช้จํานวนกิโลวัตต์-ชั่วโมง ลง เช่นสลับการทํางาน แบ่งกะในการทํางานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดความสมดุลกับจํานวนความต้องการ พลังงานไฟฟ้าสูงสุด ทําให้เพิ่มค่าตัวประกอบโหลด ส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าที่ลดลง เป็นการทราบกันโดยทั่วไปว่า ผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละรายมีการใช้ไฟฟ้าที่มีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน ผู้ใช้ไฟฟ้าบางกลุ่มจะ ใช้ไฟฟ้าค่อนข้างจะสม่ําเสมอตลอดเวลา ในขณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้าอีกกลุ่มหนึ่งอาจใช้ไฟฟ้าที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา การที่จะบอกว่าผู้ใช้ไฟฟ้ารายใดใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ําเสมอหรือเปลี่ยนแปลงมาก สามารถบอกได้โดยใช้ตัว ประกอบการใช้ไฟฟ้าหรือโหลดแฟคเตอร์โดยตัวย่อว่า LF



ความต้องการกําลังไฟฟ้าค่าสูงสุดในช่วงเวลาที่กําหนด

      โหลดแฟกเตอร์ในช่วงเวลา 1 วันของผู้ใช้ไฟฟ้า 2 ราย ที่มีรูปแบบการใช้ไฟฟ้า ดังแสดงในรูป สามารถหาได้ดังนี้

ผู้ใช้ไฟฟ้ารายที่ 1 มีความต้องการกําลังไฟฟ้าค่าเฉลี่ยเป็น 200 kW และมีความต้องการกําลังไฟฟ้าค่าสูงสุด เป็น 250 kW จึงได้

ผู้ใช้ไฟฟ้ารายที่ 2 มีความต้องการกําลังไฟฟ้าค่าเฉลี่ยเป็น 150 kW และมีความต้องการกําลังไฟฟ้าค่าสูงสุด เป็น 250 kW จึงได้

      การพิจารณาตัวประกอบโหลดรายเดือนก็เพื่อที่จะทราบศักยภาพในการลดค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้า สูงสุด ตัวอย่างเช่น โรงงานแห่งหนึ่งทํางาน 24 ชั่วโมง มีตัวประกอบโหลดรายเดือน 60% แต่ตัวประกอบโหลดราย เดือนที่เหมาะสม ควรไม่น้อยกว่า 80% จึงควรหาวิธีปรับปรุง ตัวประกอบโหลดของโรงงานต่อไป ซึ่งสามารถ พิจารณาได้จากตัวประกอบโหลดรายวัน โดยเริ่มจากช่วงเวลาที่ใช้ไฟฟ้าสูง และช่วงเวลาที่ใช้ไฟฟ้าต่ําในแต่ละวัน ส่วนในการพิจารณาตัวประกอบโหลดรายวันนั้น ก็เพื่อที่จะใช้ในการวางแผนดําเนินการ ซึ่งจะต้องพิจารณาควบคู่ กับตัวประกอบโหลดประจําสัปดาห์ เช่นบางโรงงานสามารถจัดให้เครื่องจักรทํางานได้อย่าง ต่อเนื่องใน 7 วัน


การคํานวณหาค่าตัวประกอบโหลดรายวัน

    ตัวอย่าง  โรงงานแห่งหนึ่งทํางาน 16 ชั่วโมง มีการบันทึกปริมาณพลังงานไฟฟ้าทุกๆชั่วโมง ตลอด 24 ชั่วโมง ปรากฏดังตารางข้างล่างนี้

การบันทึกปริมาณพลังงานไฟฟ้า


จากตารางข้างบนนี้ พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมดเท่ากับ 7,040 kWh


การเขียนกราฟโหลด (Load curve)

    นําผลจากการบันทึกการใช้พลังงานไฟฟ้าในรายชั่วโมงมาจัดทํากราฟโหลดจะเห็นว่าในช่วงเวลา 0.00 – 24.00 น. ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าเท่ากับ 50 kWh หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ในช่วงเวลานั้น มีความต้องการ พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย 50 kW นั่นเอง ดังนั้นจึงสามารถที่จะนําปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลามาจัดทํา เป็นกราฟโหลดได้ ทั้งนี้เพื่อที่จะทําให้ทราบโครงสร้างการใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างถูกต้อง ดัง แสดงในรูป กราฟโหลด (Load curve)

กราฟโหลด (Load curve)


วิธีหาค่าตัวประกอบโหลดรายวันที่เหมาะสม

      ค่าตัวประกอบโหลดที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับชั่วโมงปฏิบัติงานของโรงงาน ถ้าทํางานวันละ 24 ชั่วโมง ค่าตัว ประกอบโหลดที่เหมาะสมควรมีค่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ถ้าทํางานวันละ 16 ชั่วโมง ค่าตัวประกอบโหลดที่เหมาะสมจะมีค่า

และถ้าทํางานวันละ 8 ชั่วโมง ค่าตัวประกอบโหลดที่เหมาะสมจะมีค่า



    จากตัวอย่าง พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยใน 24 ชั่วโมง = 293.33 kW โรงงานทํางานวันละ 16 ชั่วโมง ค่าตัวประกอบโหลดที่เหมาะสม = 53.33% พลังงานไฟฟ้าสูงสุดใน 24 ชั่วโมง

ค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุดที่เหมาะสมมีค่า 550 kW



สรุป

    วิธีการและแนวทางแก้ตัวประกอบกําลังไฟฟ้าที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นวิธีหนึ่งที่ โรงงาน อุตสาหกรรม/ อาคาร สามารถนําไปใช้เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าลงได้มาก แต่ต้องมีการลงทุนในการ ติดตั้งอุปกรณ์ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่สูงพอสมควร โดยเฉพาะในบางหน่วยงานที่มีความจําเป็นในการแก้ปัญหา ค่าตัวประกอบกําลังไฟฟ้า และไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียกําลังไฟฟ้า หรือพยายามให้เกิดน้อยที่สุด มักใช้ระบบ ไมโครโปรเซสเซอร์เข้ามาควบคุมและประมวลผล เพื่อควบคุมอุปกรณ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ส่งผลให้การ ทํางานเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถพัฒนาระบบได้ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นผลดีกับเครือข่ายตั้งแต่ขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ การดําเนินการจึงจะต้องทําการพิจารณาอย่าง รอบคอบ แต่อย่างไรก็ตามในระยะยาวแล้วการแก้ไขตัวประกอบกําลังไฟฟ้านับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและน่าสนใจ มาก

    ค่าธรรมเนียมที่คิดจากค่าความต้องการกําลังไฟฟ้าเฉลี่ยใน 15 นาทีสูงสุดของเดือนนั้น อัตราค่าพลังงาน ไฟฟ้าสูงสุดมีหน่วยบาทต่อกิโลวัตต์ ถูกกําหนดโดยต้นทุนที่ใช้ในการสร้างโรงไฟฟ้า ระบบส่งและจําหน่ายให้แก่ ผูกใช้ไฟฟ้า จึงมีความแตกต่างกันในแต่ละประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า ระดับแรงดัน ไฟฟ้า และตามช่วงเวลาของวัน ซึ่ง การกําหนดให้มีโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแตกต่างกันตามประเภทผู้ใช้ ไฟฟ้า เพื่อต้องการให้อัตราค่าไฟฟ้า สอดคล้องกับลักษณะของการใช้ไฟฟ้าและเพื่อสะท้อนถึงต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์มากที่สุด รวมทั้งส่งเสริมให้มี การใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีการใช้ไฟฟ้าน้อยลงในช่วงความต้องการสูงสุด


⚡ POWERMETERLINE⚡วัดค่ากระแสไฟฟ้า(AC)นะคะ ได้ทั้งบ้าน โรงงาน โรงแรม โรงพยาบาล ฯ เพียงขอให้มีกระแสเราก็สามารถวัดได้นะคะ!!!!

💌 Inbox : m.me/powermeterline
📞 02-068-0699
📱 096-750-9982
💚 [email protected] : @Powermeterline (อย่าลืมใส่@ข้างหน้าตอนพิมพ์ชื่อด้วยนะคะ)

: 442

Comments are closed.